มาเร็ว ดูเร็ว จบเร็ว

posted on 02 Sep 2009 01:48 by actionpk in Movie

                     หลังจากผ่านช่วงเวลาแสนหฤโหด อบรมน้องๆ ทำหนัง 4 วันมาได้ เราก็เริ่มมีเวลาในการเข้าโรงหนังมากขึ้น เรียกว่าโชคดีมากทีเดียว ที่ได้มีเวลาดูหนังมากขนาดนี้ เพราะเวลาที่เอาไว้ปั่นต้นฉบับเปลี่ยนเป็นเวลาที่เราจะต้องหาข้อมูลเพื่อไปใช้ในการอัพเว็บและหากิจกรรมข่าวสารภายนอกเสียมากกว่า โดยช่วงที่ผ่านมายังรู้สึกอยากดูอีกหลายเรื่องเลย ทั้ง Coco Before Chanel และ Ricky พยายามจะไม่ให้พลาดด้วยประการทั้งปวง 
                       และแล้วก็มาว่ากันด้วยหนังที่เราดูในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนดีกว่า

บุปผาราตรี 3.2
2 / 5

               บอกตามตรงเลยว่า "เสียดายเวลา" คาดว่านี่คงเป็นแผนการตลาดทีสร้างขึ้นด้วยเหตุผลประการใดมิอาจทราบได้ ของค่ายสหมงคล หรืออาจจะเป็นความคิดของตาต้อม - ยุทธเลิศ เองก็ได้ ด้านเนื้อเรื่องที่มีเส้นเรื่อง ว่าด้วยการกลับชาติมาเกิดของบุปผา มาเป็นน้องปลา เด็กน้อยที่มีพ่อขี้เมา หลังจากตกบันไดแล้วระลึกชาติได้ว่าตัวเองคือบุปผา จึงอาละวาดไล่ฆ่าทุกคน จนกลับมาอยู่ที่ออสการ์อพาร์ทเม้นต์อีกครั้ง แต่ก็ดันซวยโดนฆ่าข่มขืนจนตาย กลายเป็นผีบุปผาออกหลอกหลอนชาวบ้านจนได้เจอกับหรั่ง ชายหนุ่มรุ่นน้องที่เธอเคยสอนพิเศษให้ตอนเด็กและแอบรักเธออยู่ แต่เธอยังคงลบความอาฆาตต่อเพศชายไม่ได้ ความรักครั้งนี้จึงไม่สมปรารถนา
               ไอ้พล็อตแบบนี้ เล่าเป็นภาคเดียว เต็มที่ 2 ชั่วโมงก็จบครับ ถ้าไม่มัวเสียเวลาเอามุกตลกทะลึ่งตึงตังกับคำหยาบและการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง
              หลังจากที่ภาคแรกเสียเวลาไปกับมุกตลกไร้สาระอยู่เกือบชั่วโมง มาภาคนี้เลยขอตลกแค่นิดเดียว ไม่เกิน 10 นาที เพราะอยากเล่าเรื่องทั้งหมดให้จบ 
              ถ้ามองในทางที่ดี เขาก็ฉลาดที่จะเอาเรื่องตลกมาดึงคนดู แต่นั่นก็ถือเป็นดาบสองคมที่ส่งผลทั้งดีและร้ายให้กับตัวหนังเอง  

Inglourious Basterds
4 / 5

               เรื่องล่าสุดของผกก. สุดซ่า เควนติน ทารันติโน่ ที้ยังคงสไตล์พูดมากปากจัด แถมยิงสนั่นเหมือนเดิม สมแล้วที่เราชื่นชมอย่างแรง แต่จำไมได้ว่าเรื่องนี้มีฉากเปิดกระโปรงรถ หรือฉากขับรถไปแล้วร้องเพลงไปด้วยรึเปล่า (ใครนึกออกช่วยบอกด้วยนะ) เพราะหนังแทบทุกเรื่องของตานี่ ต้องมีฉากเปิดกระโปรงท้ายรถ หรือหน้ารถแล้วใช้กล้องถ่ายเสยขึ้นไปเห็นหน้าคนเปิด ไม่เชื่อลองไปเปิดหนังทุกเรื่องของแกดูสิ มีฉากนี้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ reservoir dogs , Plup Fiction, Kill Bill Vol.1-2, Death Proof แล้วก็ฉากขับรถแล้วร้องเพลงด้วย
              จะว่าไป การกลับมารอบนี้ ยังรู้สึกไม่สะใจเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะเรื่องยังบ้าไม่พอล่ะมั๊ง? แถมบทพูดก็ยังไม่ค่อยกวนตีนเหมือนเมื่อก่อนอะ (ชอบตอนถลกหนังหัว ทำให้เข้าใจชัดเลยว่ามันเป็นยังไง) 

ห้าแพร่ง
3.5 / 5

               สำหรับเรา มันดูสนุกกว่าภาคที่แล้วนะ (หมายถึงรวมๆ ทั้ง 5 เรื่อง) ถ้าจะให้ชำแหละกันทีละเรื่องมันก็จะได้ประมาณว่า
- หลาวชะโอน โดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา (บอดี้ ศพ#19) : เหมือนเป็นการส่งสารต่อพวกแก๊งค์ปาหิน ที่กำลังมีข่าวอยู่ตอนนี้ ว่าผลกรรมมันจะตามสนอง CG และจังหวะแถมเสียงดูดี กลัวขึ้นกว่าตอนทำ 'ยันต์สั่งตาย' เยอะเลย
- ห้องเตียงรวม โดย วิสูตร พูลวรลักษณ์ : ดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ เพราะเดาได้ตั้งแต่เห็นรอยสักแล้ว ชอบแค่ตอนเปิดเรื่องที่ใช้ล้อรถเข็นประกอบเสียงมอเตอร์ไซค์ นอกนั้นไม่ค่อยดี ยิ่งพระเอก เล่นแย่มาก
- Backpackers โดย ทรงยศ สุขมากอนันต์ (เด็กหอ) : เข้าใจว่าคงอยากได้หนังซอมบี้แบบไทยๆ เลยจับไปวิ่งกันในไร่ ในสวน แถมสาเหตุการเป็นยังแปลกๆ อยู่ และไม่น่าเป็นไปได้ หนังมาดีเอาตอนจบนี่แหละ (กัดพระ) ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นหน่อย
-รถมือสอง โดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (แฝด) : เรื่องหลอนดี แถมได้การแสดงของนิโคลช่วย ทำให้ดีขึ้น เสียดายช่วงแรกดูละครไปหน่อยแถมยังพากย์เสียงทับไปอีก เสีบฟิลล์หมดเลย ส่วนเหตุผลที่โดนหลอกดูไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่ แต่ก็ช่างเหอะ
-คนกอง โดย บรรจง ปิสัญธนะกูล (แฝด) : ยังคงรักษามาตรฐานจาก 'คนกลาง' เอาไว้ได้อย่างดี แม้จะใช้มุกล้อตัวเองเหมือนเดิม รู้สึกดีที่สามารถจับมาช่ามาทำอะไรอย่างนี้ได้ เรียกเสียงฮาได้ลั่นโรงเลยทีเดียว

Gamer
3 / 5 

                คนไม่ค่อยเล่นเกมจะเข้าใจรึป่าว ทั้งเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน และมุมกล้องแหวี่ยงไปมา อาจทำให้ดูเข้าถึงยากไปนิด แต่จริงๆ แล้วประเด็นมันลึกซึ้งอยู่มากเลยนะ มันว่าด้วยเรื่องของการควบคุมกันภายใต้ระบบ ผู้เล่นควบคุมคนในเกม แต่เหนือกว่านั้นผู้เล่นก็ยังถูกควบคุมด้วยเจ้าของระบบอีกที แล้วระบบก็ถูกล้มด้วยผู้เล่นที่ตาสว่าง อะไรประมาณนี้แหละ (อธิบายแล้วยังงงเองเลย จิงๆ มันลึกกว่านี้อีกแต่ยิ่งเขียนก็ยิ่งงงเอง ) แต่ถ้าใครจะจับประเด็นนี้ไม่ได้ก็ไม่เป้นไร  เพราะมันคงถูกกลบด้วยเสียงปืนไปหมดแล้ว 555
                ผลงานล่าสุดของ 2 ผกก. จาก Crank ทั้ง 2 ภาค Mark Neveldine และ Brian Taylor ที่ยังคงใช้เทคนิคภาพแปลกๆ มันๆ ดิบๆ เหมือนเดิม ทั้งภาพจากเลนตาปลา ภาพตัดสลับเร็วและกล้องเหวี่ยงจนปวดหัว แต่รอบนี้เบาลงกว่าใน crank : High Voltage เยอะเลย

Ponyo - On The Cliff By The Sea
4.5 / 5

               ประทับจิตประทับใจอย่างแรง แม้เนื้อเรื่องจะเป็น little mermaid ฉบับญี่ปุ่นแล้วยังยุให้มีแฟนตั้งแต่เด็กก็เถอะ เรื่องตรงนั้นเราอย่าไปใส่ใจ แต่ขอให้มองถึงประเด็นอื่น ทั้งหนังรณรงค์ให้อนุรักษ์ธรรมชาติ สะท้อนพฤติกรรมมักง่ายของมนุษย์ และประเด็นมิตรภาพและความรักของหนังนั่นทราบซึ้งถึงทรวงเรามากๆ เล่นเอาน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว บอกตรงๆ ว่าเราอินมาก เวลาหนังพูดถึงประเด็นนี้ (อาจเป็นเพราะเรากำลังเหงามั๊ง?) ถาพก็สวยมากๆ แบ็คกราวน์ใช้สีไม้ระบายหรือสีน้ำนี่แหละ สวยสุดๆ เลย
                แม้หนังจะดูมองโลกในแง่ดีไปหน่อย แต่เราว่านั่นเป็นข้อดีที่ทำให้เราอินไปกับหนังเลยแหละ อาจมีความไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่ตัวหนังทำให้เราไม่ต้องไปสนใจเรื่องเหล่านั้นเลยจริงๆ เอาเป็นว่าถือเป็นการ์ตูนที่จะติดอยู่ในใจเราไปอีกพักใหญ่เลย ฝีมือ Hayao Miyazaki ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ   

 

                 เรามีเรื่องอยากจะเล่าอยู่นิดหน่อย คือวันนี้ (5 ก.ย.) เราว่างมากๆ ก็นั่งรถเมเที่ยวไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาถึงโรงหนังสยามเพื่อดูหนัง หลังจากดู Ponyo จบก็เดินไปขึ้นรถเมเพื่อจะคลองถมต่อ พอดีพี่ที่นัดไว้เค้าไม่ไปด้วย เราเลยเปลี่ยนแผนว่าจะไปเดินตลาดรัชดา ก็นั่งสาย 8 จากเสาวรีย์ไป พอถึงหน้าจตุจักรก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง น่าตาน่ารักมาก (สำหรับเรา) ขึ้นมาแล้วนั่งข้างๆ เรา (เรานั่งริมหน้าต่าง หลังประตู) เธอมาพร้อมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อกั๊กสั้นสีขาว บ่งบอกชัดเจนว่าเป้นคนทำงาน เธอขึ้นมาแล้วก็นั่งจิ้มโทรศัพท์แล้วก็วุ่นวายอยู่กับการหยิบของในกระเป๋าถือของเธอออกมาดูเรื่อยๆ ทั้งตารางตัวเลขกระดาษ, พ็อกเก็ตบุ๊คอะไรก็ไม่รู้ และอะไรอีกหลายๆอย่าง เราก็คอยชำเลืองมองเธออยู่เรื่อยๆ
                   ไปถึงหน้ายูเนียนมอล อากาศบนรถร้อนมาก เราก็ร้อนเพราะใส่เสื้อกันหนาวอยู่ (ใส่มาตั้งแต่บ่ายแล้ว) อยู่ๆ เธอก็ถอดเสื้อกั๊กเธอยัดใส่กระเป๋า เราเลยถอดออกบ้าง (รู้สึกเย็นขึ้นมาทันที) ผ่านไปสักพัก รถติดมากวันนั้น ฝนก็ไม่ได้ตก เธอหาวแล้วเงยหน้าเอาหัวกระแทกที่จับบนเบาะรถ 2 - 3ครั้งเบาๆ (เธอทำได้โดยไม่ห่วงสวยเลยซักนิด) นั่นทำให้เราต้องแอบยิ้ม และรู้สึกมีความสุขมากๆ อยากให้รถติดอยู่อย่างนี้นานๆ จะได้นั่งข้างเธอแล้วแอบมองพฤติกรรมเธอไปเรื่อยๆ 
                   แต่เราก็ทนไม่ไหวจนต้องโทรถามเพื่อนว่าทำไงดี อยากรู้จักเธอมากมาย  เพื่อนก็บอกให้หน้าด้านคุยไปเลย แต่เราก็ไม่กล้า ทั้งๆ ที่ใจอยากจะคุยกับเธอแบบสุดๆ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีด จนนิ้วเกร็งไปหมด จนแล้วจนรอด เราก็ไม่ได้รู้จักเธอ จนรถเมมาถึงป้ายที่เราต้องลง เราก็เดินลงไป แต่ก่อนลงก็ขอแอบมองเธอเป้นครั้งสุดท้ายเพื่อร่ำลา แม้จะไม่มีสัญญาณอะไรตอบกลับมา แต่แค่นั้นก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุข และแอบยิ้มคนเดียวได้หลายชั่วโมง


                     "ความรักบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง แค่ได้แอบมองก็มีความสุขแล้ว"  

                                                     ขอบคุณท้องฟ้าที่ยังมีเมฆลอยไปมาให้เราได้มอง
รู้สึกว่าวันนี้ท้องฟ้ากับดวงจันทร์สวยจริงๆ

Comment

Comment:

Tweet

We acquired a great book on that matter from our local library and most books exactly where not as influensive as your information.

#6 By airport transportations in San Jose (175.110.69.245) on 2012-02-23 00:22

ไม่ได้รู้สึกกลัวเลย แต่รู้สึกว่าบางสิ่งบางอยากที่มีจิตใจ มันไม่อาจจะสูญสิ้นไปได้ง่ายๆ ทั้งความเศร้า ความรัก ความเจ็บปวด แม้จะสิ้นอายุไขไปแล้วก็ตาม ทำให้คิดว่า คนที่ก่อความรู้สึกแบบนี้ให้ใคร มันบาปหนาจริงๆ

#5 By seo company (119.158.119.184) on 2012-02-22 14:25

We acquired a great book on that matter from our local library and most books exactly where not as influensive as your information.

#4 By condos in hyde park (175.110.69.201) on 2012-02-03 20:06

ลงชื่อbig smile

#3 By ^^ (112.142.61.94) on 2009-10-11 12:18

ห้าแพร่ง- ชอบที่มีคนมาดูเต็มโรงเลย รักไอ้หนังโปรเจกต์นี้ ก็เพราะยังงี้แหละ

ponyo- เราโครตจะไม่ชอบเลยว่ะ เราหลับด้วย เราเบื่อมาก เราว่ามันเด็กเกินไป(มาก) เรารู้นะว่าหนังมีเนื้อหาให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เราไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เฮ้อ...

เรื่องเล่า- ช่วงเวลาดีๆ ของชีวิตเลยนะเนี่ย
sad smile

#2 By R O C K on 2009-10-05 15:24

ยังไม่ได้ดูซักเรื่องตามเคยครับ

เออครับ! เพิ่งสังเกตเหมือนกันครับว่าหนังของทาเรนติโน่ต้องมีฉากเปิดกระโปรงท้ายรถ รุ้สึกว่า Jackie Brown ก็มี

ห้าแพร่ง อ่านแล้วเริ่มอยากดูมาช่าละ big smile

Gamer เห็นในเบื้องหลัง เชื่อแน่ว่าหนังคงต้องมีมุมกล้องแปลกๆแน่ๆ เพราะตากล้องมีทั้งใส่สลิง เสก็ตเบรด สุดจริงๆ

Ponyo กำลังจะได้ดูเร็วๆนี้ครับ

ชอบเหตุการแบบนี้เหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทักทายเค้าก่อน

อย่างว่าครับ พอมีความสุข อะไรก็สวยงาม big smile

#1 By Seam - C on 2009-09-07 10:51