วันนั้นเป็นวันปิดอาร์ท ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จ ก่อนส่งให้ร้านเพลท ทำดิจิตอลปริ๊นมาให้ตรวจ ก่อนจะส่งโรงพิมพ์ พี่ๆ เค้านั่งทำงาน แต่เรากลับออกไปข้างนอก ไปนั่งดูหนัง สบายใจเฉิบ (รู้สึกผิดยังไงก็ม่ายรู้....  ขนาดกลับมาแล้ว ก็ยังช่วยอะไรได้ไม่มาก มันน่าน้อยใจตัวเองว่ะ แม่ง... ช่วยอะไรใครไม่ได้เลย หรือว่าเรามันไร้ค่า คนไม่ต้องการวะ!!!)
                  แล้วยิ่ง หลังจากได้ดู Batman : The Dark Knight จบ ยิ่งรู้สึกว่า เราเหมือน แบทแมน ไม่ใช่ยิ่งใหญ่แข็งแรง หรือรวยอย่างนั้นนะ แต่รู้สึกว่า ความรู้สึกในความเป็นมนุษย์ที่รู้สึกว่าตัวเอง ไร้ค่า ยอมเป็นคนบาป เพื่อส่วนรวม เป็นอะไรก็ได้ตามที่คนอื่นต้องการ ถือเป็นการเสียสละอย่างสูง เรียกง่ายๆ ว่า ปิดทองหลังพระ นั่นเอง จะต่างกับเราก็ตรงแค่ ว่า เราไม่ได้รู้สึกว่าเราทำอะไรพอให้คนอื่น ประนาม หยามเหยียด เพียงแต่ เรายังพยายามมากไม่พอ (เข้าใจป่าววะ?)
        

 

                  ก็อีกนั่นแหละ หลังจากได้ดู The Dark Knight  รอบสื่อที่โรงไอแม็กซ์ ที่หน้าจอใหญ่ขนาดเท่าตึก (กี่ชั้นก็ม่ายรู้ จำไม่ได้ ) นี่เป็นการเข้าไอแม็กซ์ครั้งแรกของเราเลยนะเนี่ย ดูหนังที่นั่นที่นี่มาก็ตั้งเยอะแยะ แต่ดันไม่เคยเข้าโรงนี้ เวรรรรรรร.... วันนี้ ได้มีบุญกะเค้าซักที  เข้าไปตั้งแต่ 5 โมง กลับออกมาอีกที รอบต่อไปที่จะฉายตอน 2 ทุ่ม เค้ามารอกันแล้ว หนังยาวมากกกกก 2 ชั่วโมงกว่า (นี่ขนาดไม่มีตัวอย่างหนังเรื่องอื่นนะเนี่ย) ถมดูจบดันปวดหัวขึ้นมาซะงั้น สงสัยไม่ชินกับจอใหญ่ (บ้านนอกมากๆๆ)

                  ประทับจิตเหลือเกิน บอกได้เลยว่า ชอบแบทแมนภาคนี้มากที่สุด ตั้งแต่เคยรู้จักไอ้ค้างคาวตัวนี้มา มันไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ ตรงที่ มันคือ มนุษย์ธรรมดาที่มีหัวใจ รักคนเป็น มีเลือด มีสมอง และยอมเสียสละ (ข้อหลังนี่ ไม่ค่อยชอบ แอบคิดว่าอยากให้มันชั่วกว่านี้อีกนิด) ซึ่งการดูครั้งนี้ ทำให้เราแทบลืม มนุษย์ค้างคาวในเวอร์ชั่นอื่นไปหมดเลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนชอบเวอร์ชั่น ที่ ทิม  เบอร์ตั้นกำกับมาก รู้สึกว่ามันเท่ห์  ดูลึกลับ แต่เพราะตอนนั้น ยังเด็กอยู่ เลยสนใจตรงที่มันคือ การ์ตูน แต่ตอนนี้โตแล้ว (แม้สมองและจิตใจจะยังเด็กอยู่) ก็ชอบภาคนี้มาก จนติดในอันดับ หนัง 100 เรื่องที่ควรดูก่อนตาย 
                    กะว่า ถ้าวันไหนไม่มีอะไรทำจริงๆ จะนั่งทำลิสท์รายชื่อ 100 หนังที่คุณควรดูก่อนตาย ตามความรู้เท่าหางอึ่งที่เรียนรู้มา ให้ชาวบ้านได้อ่านกัน (อวดให้โลกรู้ ว่า เราโง่แค่ไหน)  (มาคิดอีกที .... จะทำทำไมวะ ใครเค้าจะสนใจ..... เออ นั่นดิ ..... เออ ช่าง เหอะ

                   ภาคนี้ขอบอกว่า โจ๊กเกอร์ หลอนมากกกกกกกกกกกก ... ฮะพี่น้องงงงงง แม้ Heath Ledger จะจากไปแล้วแต่ เค้ายังฝากฝีมือไว้ในเรื่องนี้อย่างยอดเยี่ยม ชนิดที่ แจ็ค นิโคลสัน ที่เคยเล่นบทนี้ไว้ หลายเป็นตัวตลกแบบเด็กๆ ไปเลย 
                   ตั้งแต่เข้าโรงหนัง เราก็เห็นป้าย เล็กๆ เขียนว่า In Memeries of Heath Ledger... โหย แค่อ่านก็ขนลุกแล้ว  พอเข้าไปเจอระบบเสียง กระแทกรูหู แค่เสียงเลียริมฝีปาก ของ เจ้าโจ๊กเกอร์ ทำเอาเราหลอนมาจนถึง ตอนนี้ บรื๋อยยยยยยย!!! แม่ง เลวได้ใจ ลุ้นจนเยี่ยวเหนียว   

                จริงๆ เรื่องนี้ เราไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรให้มันมากมาย นอกจากอยากจะบอกแค่ว่า ดูแล้วชอบ หลอนมาก ให้ A+ (ไม่เคยให้หนังเรื่องไหนมาก่อนเลยนะเนี่ย) คิดว่าพี่ Filmsick ก็น่าจะให้เหมือนกัน เอาล่ะ พอแล้ว ต้องไปทำงานต่อล่ะนะ ขอเชิญทุกท่านไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ดีกว่ามาอ่านเราเยอะ เนอะ....

 ข้าน้อยขอลา 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

http://tingtangvip.exteen.com/

เข้าไปอ่านของเราบ้างน่ะ

อิ อิ
จะว่าไปก็สนุกดีน่ะเรื่องนี้

ชอบ ๆ

#1 By tingtang on 2008-07-19 00:23

โจ๊กเกอร์

#3 By hiney* on 2008-07-19 02:34

ให้ A-/B คร่าบ

เนื่องจากมีปัญหากับวิธีคิดในนาทีสุดท้ายของหนัง เหมือนทั้งหมดที่หนังเล่ามาถูกทำลายภายใต้ความรับผิดชอบของแบทแมน

อันนี้โดยส่วนตัวเขาเรียกว่า ตายตอนจบ!
ฮ่าฮ่า

แต่ชอบหนังพอสมควรทีเดียวครับ ประเด็นแข็งแรงมาก แม้จะรู้สึกว่ามันยาวและเยอะไปไปหน่อย

อนึ่ง i prefer JOKER!!!!!!!!!

#4 By filmsick on 2008-07-19 08:27

The Dark Knight บทดีมากๆ กระชับ กดดัน ต้องติดตามอยู่ตลอดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก

Heath Ledger แสดงบท Joker ได้สุดยอด มีพลังมากๆ ทำให้เชื่อว่าเขานี่แหละคือ Joker ตัวจริง double wink

ชอบมากๆคับ big smile

ปล.ผมรู้สึกว่า batman เป็นจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ sad smile

#5 By Bighead on 2008-07-19 23:18