ดูหนัง คืนวันฝนตก:Forbidden kingdom+11 Hours
posted on 23 Apr 2008 02:02 by actionpk
หลายคนมักถามเราเสมอ ว่าหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นไงบ้าง พวกเค้าคิดว่าเราเป็น Bug 1113 รึงัยวะ ที่จะมาตอบคำถามเรื่องหนังได้ทุกเรื่อง หรือเห็นว่าเราดูหนังเยอะ สารภาพตามตรงเลย ว่าดูหนังน้อยมากๆ แค่หลังๆมาเดินเข้าโรงหนังบ่อยเท่านั้นเอง แถมแนวที่ดูส่วนใหญ่ก็หนังตลาดทั้งน้านนนน.......
พอดีวันเสาร์ที่ผ่านมา (19/04/08) มีงาน ฟิ้วแคมป์ 11 คนเยอะมากกกกกกกกก มากเป็นประวัติการณ์ นั่งกันไม่พอ เรียกว่าล้นห้องกันเลย เริ่มงานตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ไปเสร็จเอาเกือบ 1 ทุ่ม งานขึ้นโชว์ 18-19 งาน เปิดแผ่นจนมึนไปหมด หนาวด้วย(ขนาดใส่เสื้อกันหนาว) เลิกงานยังต้องไปเดินคลองถม ถ่ายรูปมาลงคอลัมน์อีก แต่รูปกลับใช้ไม่ได้ เพราะถ่ายจากกล้องวีดีโอ ทั้งหมด จนต้องยกเลิก
พอถึงวันอาทิตย์ ไอ้จ.ก็ดันมาชวนไปข้างนอก ไปเจอเพื่อนๆที่ไปทริปสมุยด้วยกัน เพราะพวกมันดันเข้ามาสัมมนา ป.โท ที่สยาม เลยต้องเข้ามาหาพวกมันที่สยามด้วย นั่งกินข้าวกันซักพัก แล้วก็ย้ายไปดูหนังกันที่โรงหนังสยาม
The Forbidden Kingdom หนังกำลังภายใน ที่ใช้แบ็คกราวด์ของเรื่องเป็นตำนาน ต้นกำเนิดเรื่องไซอิ๋ว แถมยังเน้นขายดารานำคู่ ทั้ง เฉินหลง และ เจ็ทลี โปรโมตโหมโฆษณากันไม่ยั้ง เลยกลายเป็นกระแสอยู่ระยะหนึ่ง ยังได้ขึ้นปก starpics ด้วยนะนั่น หลายคนเลยอยากดู ถามว่าเราอยากดูมั๊ย ก็นิดหน่อย ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะตอนมีรอบเพรสก็ไมได้ไป พอได้ดูจริงๆ รู้สึกว่า มันก็คือหนังสูตร ตามสไตล์ฮอลลีวูด ธรรมดาๆเรื่องนึง ที่มักถูกตีความแบบตื้น ตามมุมมองฝรั่ง ที่ไม่ได้สนใจหลักศาสนาอันใด เพราะผกก. Rob Minkoff ก็เคยทำหนังผีแบบเพี้ยนๆให้ดิสนีย์มาก่อน (The Haunted Mansion (2003)) และ StuartLittle 1 และ 2
ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องว่ามันเป็นอย่างไร แต่ขอวิเคราะความดังของหนังเรื่องนี้กันวักหน่อย คาดว่า การที่หนังดังได้ นอกจากการมาดูดารานักบู๊ระดับแนวหน้า2คนตีกันในหนังเรื่องเดียวแล้ว ความหวังของคนมาดู(บางคน) คงอยากมาดูบทไอ้หนุม่หมัดเมา ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับเฉินหลงมาก่อนใน Drunken Master ที่กำกับโดย หวู ปิง หยวน (ที่ยังตามมากำกับคิวบู๊ในเรื่องนี้ด้วย) แถมยังเรียกคะแนนนิยมจากชายหนุ่มทั้งหลาย ด้วยการนำน้อง ฟลิว อี้ เฟย มาเล่นหนังฮอลลีวูดเป็นเรื่องแรก (เรียกคะแนนนิยมได้อีกโข)
วันนี้ (22/04/08) ตัดสินใจไปดูหนังสารคดีเรื่อง 11 Hours ที่ Produce และบรรยายโดย ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ก่อนเริ่มฉายยังมีการเสวนาเรื่อง ภาวะโลกร้อนอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ทำให้เราได้ความรู้ใหม่ว่า การจะช่วยลดโลกร้อน ด้วยวิธีง่ายที่สุดที่เราจะทำได้คือ หยุดหายใจ แล้วไปตายซะ! กับการ อยู่เฉยๆ อย่าขยับ ไม่ต้องทำอะไรท้งสิ้น แค่นี้เราก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการไม่ทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว
มาพูดถึงหนังกันมั่งดีกว่า อยากบอกว่า ไม่เคยดูหนังแล้วนั่งหลับใหล ไร้สติได้ขนาดนี้มาก่อน หนังน่าเบื่อมากๆ มีแต่พูดๆ อัดข้อมูลใส่หัวจนล้น ยังดีที่แบ่ง sequence ชัดเจน สร้างอารมณ์แบบเป็นก้อนๆ จนไม่มีอะไรเลย เป็นสารคดีสร้างกระแส ที่น่าเบื่อ เหมือนทำตามกระแสไปงั้น แย่มากๆ ดีแล้วที่วันนี้มาดู เพราะมันออก แผ่นดีวีดีมาแล้ว เพราะยังไงคงไม่มีทางซื้อดูแน่นอน
กลับมาถึงห้อง กำลังแวะซื้อของกินนิดหน่อย ใน 7-11 หน้าปากซอย อยู่ฟ้าก็รั่ว ฝนเทลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เราต้องยืนรอฝนหยุดที่น่าร้าน ดูรถวิ่งไปมา คอยหลน้ำฝนข้างทาง ที่รถเมล์เหยียบกระเด็นมาหาเรา แต่เรากลับรู้สึกมีความสุข และสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ยืนกินไส้หรอกที่ซื้อมาจนหมด แล้วยังไหนเพื่อนข้างทางที่เข้ามาหลบฝนเหมือนกัน ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง
#1 By fangkhaow on 2008-04-23 08:46