Wanted : ปลดล็อคโชคชะตา

posted on 25 Jun 2008 23:37 by actionpk  in Movie

          "ฟิ้วเล่มใหญ่ คลอดแล้วคร้าบบบบบบบบบบ" ดีใจ  ชะเอิงเงยยย ในทั่สุด หลังจากล่าช้ามาเกือบ 3 เดือน ฟิ้วเล่มใหญ่ก็ออกสู่สายตาประชาชน พร้อมให้แฟนๆ ได้อ่านข้อมูลเรื่องราวข่าวสารวงการภาพเคลื่อนไหว ที่ผ่านไปในรอบ หลายๆ เดือน (ใครมีข้อติชมอย่างไร บอกได้นะครับ เรายินดีนำความเห็นของท่านไปปรับปรุงครับ)
          หนังสือที่เราตั้งใจทำ ตั้งใจเขียน วันนี้มันออกมาแล้วเราได้อยุ่ในฐานะสื่อแบบเต็มตัว อย่างที่เคยต้องการเป็น แม้มันจะไม่ตรงกับสิ่งที่คิดในตอนแรก แต่เราก็ถือว่าก้าวเข้ามาแล้ว ดีกว่าไม่ได้เริ่มก้าวหรือย่ำอยู่กับที่ มันแสดงถึงพัฒนาการ อาจดีหรือไม่ดีสิ่งนั้น กาลเวลาและผลงานจะพิสูจน์ตัวเราเอง

          ว่าแล้ววันนี้เลยฉลองด้วยการมาดู Wanted หนังของผกก.ชื่อดังจากรัสเซีย ที่มาจากการ์ตูนซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากหนังเรื่อง The Matrix ของพี่น้องวอร์ชอว์สกี้อีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น ไม่แปลกเลย ถ้าดูหนังเรื่องนี้แล้วจะรู้สึกถึง กลิ่นของ Shoot 'em Up + The Matrix   

*** (ต่อไปนี้ เราจะสปอล์ยนะ คนยังไม่ได้ดู ไม่ควรอ่าน เดี๋ยวจะเสียใจ)

            หนังมีเทคนิคเล่าเรื่องที่แนบเนียน เริ่มจากการที่หนึ่งในกลุ่มสมาชิกช่างทอผ้า (Fraternity) ถูกซ้อนแผนลอบสังหาร(1) เพราะคนภายในที่ล่วงรู้ความลับขององกรณ์เลยพยายามหนีออกมาแล้วจัดการล้างระบบเลวๆ นั้นทิ้งซะ(2) เป็นเหตุให้หัวหน้าองค์กรต้องหาคนมากำจัดเจ้าไส้ศึกนั้น(3) และคนที่จะเข้าใกล้คนทรยศได้มากที่สุดก็คือคนในครอบครัว(4) องกรร์จึงจัดการฝึกและกล่อมให้ลูกชายไปจัดการพ่อตัวเอง(5) พอได้รู้ความจริงทั้งหมดอย่างที่พ่อตัวเองได้รู้(6) ก็เลยจัดการสานต่อภารกิจที่พ่อทำทิ้งไว้ให้สำเร็จลุล่วง(7)
            แต่ถ้าหนงเล่าเรื่องตามลำดับขั้นตอนนี้ คงน่าเบื่อพิลึก เลยจัดการเล่าแบบ เรียงลำดับใหม่ให้ไม่เข้าใจยากเกินไป แล้วยังดูฉลาดอีกด้วย (แต่ยังไงซะ หนังแอ็คชั่นก็เดาได้ไม่ยากหรอก)
            เลยออกมาเป็น 1-3-4-2-5-6-7 (ใช่ป่าววะ ชักไม่แน่ใจ??? พอดีตอนเขียนบทความนี้ โดนรบกวนสมาธิจากบางสิ่งบางอย่าง เลยอาจจะเรียบเรียงมันออกมาได้ไม่ค่อยสมบูรณ์ )

             เอาล่ะหลังจากนี้ อ่านได้ เราจะไม่พูดถึงเนื้อเรื่องให้รำคาญอีก จะบอกว่า เรื่องนี้ เจมส์ แม็คอะวอยเล่นดีมาก ให้ความรู้สึกของไอ้หนุ่มสุดเห่ยที่ไม่กล้าทำอะไรซักอย่างได้อย่างเหมือนมากๆ หน้าตาก็ให้ บุคคลิก ก็เหมือน แต่ดูเหมือนพอตอนได้เป็นนักฆ่าแล้วดูไม่โหดพอ ส่วนอีกคน เจ็แองเจลิน่า โจลี่ เรื่องนี้ ท่าทางแกคงจะไม่มีเวลาท่องบท เพราะบทพูดทั้งเรื่อง เต็มที่คงแค่ ครึ่งหน้า เอ4 เพราะพูดน้อยมาก ทั้งเรื่องมายืนทำปากเจ่อจนน่ารำคาญ แถมยังมาเดินเปลือยตูด ให้ดูรอยสักจากเกจิไทยเต็มหลังอีกต่างหาก (เฮ้อ!!)

           เดี๋ยวจะหาว่าไม่เข้ากับชื่อเรื่องที่โปรยไว้ เรื่องของไอ้ขี้แยที่ไม่กล้าทำอะไรซักอย่าง แต่พอวันนึงได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ นั่นถือเป็นการปลดล็อคความสามารถและความกลัวที่เคยมี เราถือว่านั่นคือ การก้าวที่ยิ่งใหญ่มากๆ อย่างที่ตัวละครเอกนั้นได้รับโอกาสในการทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยทำและถือเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนที่จะได้สัมผัสมัน เพราะตัวเราเองก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้าง แต่ติดที่ข้อจำกัดบางอย่างในชีวิตและสังคม เฮ้อ.... 

  

             จริงๆ อยากเขียนอะไรมากกว่านี้นะ แต่เวลาและสังขารไม่เอื้ออำนวย เลยขอแค่นี้ก่อนละกันนะฮะพี่น้อง

ข้าน้อยขอลา

        เป็นแบบนี้หลายครั้งแล้ว ที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ พอมันดังแล้วก็ดันกดหยุด แล้วนอนต่อโดยลืมไปว่าจะลุกจากเตียงในอีกแค่ 5 นาที บ่อยครั้งที่ตื่นมาแล้วรู้สึกเบื่อ ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร อยากนอนไปจนกว่าจะพอใจ (ไม่รู้เท่าไหร่ถึงจะพอ ) ต้องบิดขี้เกียจอยู่นานหลายที ถึงจะทำใจยกหัวออกจากหมอนมาได้

        ดีที่เย็นนี้ เราได้ไปดู kung fu Panda แอนิเมชั่นตัวล่าสุดจากค่าย Dreamwork ที่เราตั้งตารอมาหลายเดือน ต้งแต่เห็นตัวอย่างครั้งแรก ยิ่งได้รู้ว่า Jack Black ให้เสียงพากย์เป็นตัวเอก เจ้าแพนด้าอ้วน ยิ่งิยากดุ แถมยังมี Dustin Hoffman, Anjelina jolie จริงๆแล้วเรื่องดาราไม่ค่อยมีผลกับเราซํกเท่าไหร่ แต่ที่หวังไว้ คือ อยากเห็นแอนิเมชั่นที่มีการเคลื่อนไหวเยอะๆ โดยเฉพาะมีฉากต่อสู้แบบกังฟู (ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนัง ชอว์บราเดอร์)

          หนังพูดถึง โพ เจ้าหมีแพนด้าอ้วน ช่างฝัน ที่ชื่นชอบกังฟูเป็นชีวิตจิตใจ ใฝ่ฝันอยากจะเรียนกังฟูกับ 5 ผู้พิทักษ์บนวังมรกตบนยอดเขาที่เฝ้ามองอยุ่ทุกวัน จนวันนึงได้กลายมาเป็นนักรบมังกร (Dragon Warrior) แบบไม่รู้ตัว เลยต้องเข้าไปฝึกกังฟู กับอาจารย์ตัวเล็ก แต่ฝีมือใหญ่เกินตัว และผู้พิทักษ์ทั้ง 5 ได้แก่ นางพยัค วานร อสรพิษ กระเรียนและตั๊กแตน เพื่อปกป้องเคล็ดวิชามังกรจากน้ำมือผู้ที่ต้องการช่วงชิง (ที่เล่าแบบนี้ เพาะไม่อยากพูดถึงชื่อตัวละคร เดี๋ยวจะงงกันใหญ่)

           สิ่งที่หนังเรื่องนี้เน้นย้ำมากๆ คือเรื่องของความเชื่อ ตัวละครแพนด้า เป็นพวกขี้แพ้ (loser) แต่มีฝัน (belive) ว่าสักวันจะได้เป็นจอมยุทธ์กังฟูที่มีฝีมือ แต่ไม่มีโอกาสได้ทำตามฝันน้น เพราะต้องช่วยพ่อขายบะหมี่ เมื่อโอกาสมาถึงก้ไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หายไปง่ายๆ พยายามดิ้นรนต่อสู้ ทั้งๆที่ดูแล้วไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้ด้วยซ้ำ นอกจากความเชื่อที่ว่า ต้องทำให้ได้ เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ ตัวละครผู้เฒ่าเต่า กล่าวไว้ว่า

 "Yesterday is History, Future is Destiny, Today is a gift , that's why they called Present"

เรารู้สึกชอบประโยคนี้มาก เพราะเราเคยบอกตัวเองเป็นคติเตือนใจเสมอว่า

"อดีตช่างมัน ปัจจุบันคือความจริง" (มันกี่ยวกันรึเปล่าวะ )

 

            ความเชื่อคือแรงผลักดันให้เราทำอะไรต่ออะไรได้หลายอย่าง
เหมือนความรัก 


               ถ้าหากเชื่อว่าสิ่งไหนดี จงทำตามที่เราเชื่อ ถามใจตัวเอง ตอบตามความรู้สึก แล้วทำตามความคิด

          อีกสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ต่างจากแอนิเมชั่นทั่วไป มันก็อย่างที่เราหวังคือ การเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติ ที่เราได้เห็นจากฉากต่อสู้ซึ่งดูดีมากๆ หลายฉาก (โดยเฉพาะฉากแย่งกินซาลาเปา ชอบมาก ดูพยายามดี)
          กับมุกตลกแสนน่ารัก ของเจ้าแพนด้า ฮาโคตรๆๆ  (เชื่อว่า ต่อจากนี้ แพนด้าจะกลายเป็นของกระแสหลักไปอีกซักพัก จนจบโอลิมปิค 2008) ที่บางมุกไม่คิดว่าจะมี อย่างมุกฝังเข็ม (ลองไปดู ฮามาก) หนังเรื่องนี้ทำให้เราปล่อยก๊กากแบบเต็มที่ในโรงได้โดยไม่ต้องอายใคร เพราะทุกคนก็ขำในจุดเดียวกัน (เราเชื่อแล้วว่า การดูหนังกับคนหมู่มาก มีความสุขกว่าการดูหนังคนเดียวที่ห้อง) พี่ที่ไปด้วยกัน ขำจนปวดหัว เลยพลอยทำให้เราฮา บ้า ไปด้วย

          ถ้าเป็นไปได้ อยากจะกลับไปดูอีกครั้ง ในโรง I-MaX เพราะเรายังไม่เคยเข้าไป แล้วก็อยากดูในแบบ ใหญ่ๆ เต็มๆตาดูซักครั้ง เพราะมีคนแนะนำว่า ดุหนังแบบดิจิตอลในโรงแบบนี้สนุกกว่า
         แต่เราว่า เรื่องแบบนี้ มันน่าจะขึ้นอยู่กับบรรยากาศมากกว่า ว่าเรานั่งดูกับใคร ที่ไหน เนื่องในโอกาสอะไร บางที หนังโป๊ที่ดูกับเพื่อน อาจกลายเป็นหนังตลกในสายตาคนกลุ่มนั้นก็ได้ เชื่อเด่ะ!